Messages
Topic:
พิธีการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ (เลี้ยงพระ)
ระหว่างเก็บเงิน รอทุนทรัพย์พร้อม ก็หาวิธีและขั้นตอนไปพลางๆ ก่อน copy มาจากหลายที่มาก ขอบคุณผู้ให้ความรู้ทั้งหลายครับ
#1#
1.ไปหาฤกษ์ยามจากมัคนายก หรือหลวงพ่อเจ้าอาวาส
2.เมื่อได้ฤกษ์แล้วจากท่านแล้วก็นิมนต์ท่านเลยพร้อมพระสงฆ์เจ้า คี่ เช่น 5-7-9 รูป (แล้วแต่ฐานะ)มาเจริญพระพุทธมนต์ มีรถรับ-ส่ง หรือไม่อย่างไร ให้ถามท่านดูด้วย หากเรามีก็แจ้งให้ท่านทราบด้วย ฤกษ์เดือนหนึ่งๆ มีหลายๆ วัน ให้เลือกเอาวันที่เราพร้อมจริงๆ จะดีมาก
3 เชิญมัคนายกมาด้วย เพื่อประกอบพิธีกรรม
4.จัดเตรียมสถานที่ทั้งสำหรับแขกและพระสงฆ์ เช่น โต๊ะหมู่บุชา พระพุทธรุป แจกัน กระถางธูปเทียน อาสนะ(ที่สำหรับพระนั่ง) ดอกไม้ ธูปเทียนที่บุชาพระรัตนตรัย หากมีเลี้ยงเพลก็จัดอาหารถวายพระด้วย (ก่อนเที่ยงวัน) บางแห่งนิมนต์ไปสวดมนต์เย็น จึงไม่ต้องเลี้ยงเพล ถวายเฉพาะน้ำปานะ เช่น น้ำมะตูม นม
5. เครื่องสังฆทาน ไม่จำเป็นต้องเป็นถังสีเหลืองๆ ขายเป็นชุด อาจจะเป็นหนังสือธรรม หนังสือเรียนนักธรรมบาลี มีขายเป็นกล่องๆ ชุดๆ ดูจะได้ประโยชน์มากกว่า ถังเหลืองๆ หรือหนังสืออื่นๆ ที่น่าอ่านน่าสนใจ (แบบว่า โยมไม่ค่อยมีเวลาอ่านท่านไปอ่านให้โยมหน่อย แล้วมาเทศน์ให้โยมฟัง) หรือ ย่าม อื่นๆ ที่จำเป็นจริงๆ สำหรับพระใช้บ่อยๆถวายไม่เจาะจงรูปเรียกว่า "สังฆทาน" เมื่อหาได้แล้วมีดอกไม้ธูปเทียนประกอบด้วยพร้อมซองปัจจัย
6.ปัจจัย หรือเงิน ใส่ซองให้เรียบร้อยไม่ต้องระบุจำนวน อย่าลืมของมัคนายกด้วยนะ 5 รุป 5 ซอง มัคนายกอีก 1 เป็น 6 ซอง ทางภาคเหนือ จะเพิ่มอีก1 ซอง คือ ถวายพระประธาน (พระผุ้เป็นประธานสงฆ์ หมายถึงพระพุทธรูปที่วางไว้บนโต๊ะหมู่บูชา)ปัจจัยส่วนนี้จะถุกน ำไปบูรณะวัด ค่าไฟฟ้า ฯลฯ และหากมีการเทศน์อีก 1 กันฑ์ ก็จะใส่เพิ่มอีก 1ซอง บางท้องที่ไม่มีเทศน์ แต่ภาคเหนือตอนบนมีแทบทุกจังหวัด หากมีเทศน์ก็บอกท่านเจ้าอาวาสด้วย หรือไม่มีก็แล้วแต่เจ้าภาพ
จำนวนเงินที่ใส่ แล้วแต่ตามฐานะ ไม่ควรมากหรือน้อยจนเกินไปในแต่ละซองเท่ากันหมด หรืออาจจะถวายหลวงพ่อเจ้าอาวาสเป็นพิเศษก็ว่ากันไป ควรใส่ตามฐานะทางการเงิน มีมากใส่มากมีน้อยใส่น้อย ได้บุญเท่ากัน แต่จะให้ดีลองกระซิบถามมัคนายกซะหน่อยก็ดีว่า โดยทั่วไปแถวๆนั้นนิยมใส่กันแบบมาตรฐานจำนวนเท่าไหร่ คงได้คำตอบ เพื่อจะดุเป็นการบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น
7. เมื่อเสร็จพิธีรถรับส่งพระ
8.นำสิ่งของที่ยืมมาทำความสะอาดแล้วไปส่งที่วัด ถามมัคนายกด้วยว่าต้องจ่ายค่าบำรุงสิ่งของที่ยืมไปหรือไม่ ถ้าจ่าย ต้องจ่ายเท่าไหร่
(สิ่งของที่หยิบยืมได้มีตั้งแต่โต๊ะ เต้นท์ เก้าอี้ กาละมัง ครก ถ้วย ชาม ช้อน ทัพพี และที่กล่าวไว้ในข้อ4 ให้ยืมเท่าที่จำเป็นต้องใช้ พิจารณาจากจำนวนแขกที่มาร่วมงานด้วย)
#2#
. ต้องกำหนดวันการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ให้เป็นที่แน่นอนและการเลือกว ันที่ว่านี้ ถ้าต้องการให้เป็นมงคลตามความเชื่อถือที่มีมาแต่โบราณแล้ว ก็พึงไปหารือกับผู้ที่มีความรู้ทางโหราศาสตร์ให้กำหนดวันและเวล าให้
2. ออกบัตรเชิญแขกให้มาร่วมในพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ และส่งบัตรนั้นออกไปในระยะเวลาก่อนถึงวันกำหนดพอสมควร ในบัตรนั้น ต้องบอกตำบลบ้านที่จะประกอบพิธี กำหนดวัน เวลาอย่างชัดเจน
3. เมื่อใกล้กับวันที่กำหนดไว้ ต้องเตรียมตกแต่งบ้านเรือนที่จะทำบุญ ขึ้นบ้านใหม่นั้นให้เรียบร้อยงามตาตามสมควร
4. เตรียมส่งของที่จำเป็นใช้ในวันประกอบพิธีให้พร้อมเช่น พระพุทธรูป ขันน้ำพระพุทธมนต์ ใบไม่ที่จะใช้สำหรับประพรมน้ำพระพุทธมนต์ อาสนะสำหรับปูรองรับพระสงฆ์ และอื่น ๆ ตามความต้องการของผู้รอบรู้ในการประกอบพิธีนี้
5. เตรียมด้วยสำหรับทำสายสิญจน์ บาตรน้ำมนต์และอื่น ๆ
6. ถ้าต้องการให้มีการยกศาลพระภูมิในวันนั้นด้วย ก็ต้องเชิญผุ้มีความรู้ในทางนี้มาเป็นผู้ทำหน้าที่ประกอบพิธีใน วันนั้นด้วย
7. ควรเตรียมต้อนรับรองแขกให้พร้อม และมีการนัดหมายกับผู้ทำหน้าที่ต้อนรับแขกให้เป็นที่เข้าใจว่าใ ครมีหน้าที่ที่จะต้องทำอย่างไร
8. ถ้ามีการเลี้ยงอาหารแขกด้วย ก็ต้องเตรียมห้องอาหารและอาหารให้พร้อม
1. ผู้เป็นแขกต้องแต่งกายให้เรียบร้อยตามสมควร
หรืออาจจะแต่งกายตามประเพณีของพื้นบ้านที่อยู่นั้นได้
2. พึงไปยังบ้านที่มีการประกอบพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ก่อนเวลาที่กำหนด
ไว้สักเล็กน้อยเพื่อป้องการรอคอยของเจ้าของบ้านผู้เชิญเรา
3. ควรหาของขวัญไปกำนัลแด่เจ้าภาพตามสมควร
4. ผู้เป็นแขกไม่พึงวิจารณ์บ้านใหม่ของเจ้าภาพให้เป็นไปในทางไม่เหมาะสม
เพราะจะทำให้เจ้าบ้านเกิดความไม่พอใจต่อบ้านของตนขึ้นมา และไม่เป็นสุข
ในเมื่อทราบว่าบ้านของตนไม่เหมาะสมตามที่แขกกล่าววิจารณ์
5. เมื่อเสร็จพิธี และถ้ามีการรับประทานอาหารแล้ว ผู้เป็นแขกต้อง
อยู่สังสรรค์สนทนากับเจ้าของบ้านในเวลาพอสมควร
6. ก่อนลากลับ ควรมีการอวยพร และแสดงความปรารถนาให้เขาอยู่บ้านใหม่ด้วยความสุข
#3#
ไปถามข้อมูลขั้นตอนจากวัดที่เราจะนิมนต์พระได้เลยครับเค้าแนะนำทุกอย่าง ต้องเตรียมอะไรยังไง เดี๋ยวนี้มีหลายวัดเลยครับ อุปกรณ์พร้อมให้เรายืมได้ตั้งแต่จานชามเลย ไม่ต้องไปซื้อใหม่หมดทุกอย่าง (ถ้าไม่ถือนะคะ )...ไม่ยุ่งยากครับ เจ้าภาพเตรียมอาหารเป็นหลัก กับซองทำบุญ...ลืมไม่ได้ครับ
เรื่องอาหาร ถ้าไม่มีคนช่วย ไม่อยากเหนื่อย ก็จ้างโต๊ะจีน/โต๊ะไทยก็ได้ครับ เลี้ยงแขกไปด้วยเลย
ขนมและอาหารที่นิยมนำมาทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ก็ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมชั้น ลาบหมู ลาบไก่ เป็นต้นครับ
#4#
วิธีทำ
ก. ขั้นเตรียมการ
(๑) เตรียมหาฤกษ์ หรือกำหนดกะวันเวลาไว้, นิมนต์พระสงฆ์, เชิญพิธีกร
(๒) เตรียมสิ่งของที่จะใช้ในพิธีให้พร้อม
(๓) วงด้ายสายสิญจน์จากพระพุทธรูป (เวียนประทักษิณ) ไปรอบอาคารหรือรั้วบ้าน
(๔) เครื่องเครื่องไทยธรรม
ข. ขั้นปฏิบัติการ
(๑) เจ้าภาพจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย
(๒) พิธีกร อาราธนาศีล, พระสงฆ์ให้ศีล
(๓) พิธีกรอาราธนาปริตร พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
(๔) เจ้าภาพหรือผู้แทนถวายภัตตาหารเช้า หรือเพลตามโอกาสที่จัดทำ
(๕) เจ้าภาพหรือผู้แทนถวายเครื่องไทยธรรม
(๖) พระสงฆ์อนุโมทนา
(๗) เจ้าภาพกรวดน้ำและรั
May 6
6:24 PM
สังฆทานที่ถูกต้อง
สังฆทานที่ถูกต้องการทำบุญสูงสุดด้านอาหารที่แท้จริง ก็คือการทำบุญสังฆทาน
วิธีปฎิบัติที่ถูกต้องมีดังนี้
๑.ต้องเป็นอาหารที่พระฉันได้ในเวลานั้น และต้องถวายก่อนเที่ยง ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับการที่เราถวายภัตตาหารเพลพระนั่นเอง (ส่วนของที่เป็นถัง ๆ หรือของอย่างอื่นเป็นได้แค่เพียงบริวารสังฆทานเท่านั้น)
๒.ต้องกล่าวคำถวายสังฆทาน ดังนี้
อิมานิ มะยังภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณ ชะยามะ สาธุ โน ภันเต ๓กขุสังโฆ อิมานิ ภัตตานิ สะปะริวารานิ ปะฎิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะฯ (ในหัตถบาสใช้อิมานิ นอกหัตถบาสใช้เอตานิ)
หมายเหตุ ในคำกล่าวถวายนั้น ถ้าไม่มีคำว่า ภิกขุสังฆัสสะ ถือว่าการถวายนั้นไม่ใช่การถวายสังฆทาน
๓.พระตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป (พระ ๔ รูปเรียกว่าครบสงฆ์) จึงจะรับสังฆทานได้ เพราะคำว่าสังฆทานนั้นแปลว่า เป็นทานที่ถวายแด่สงฆ์ เป็นบุญสูงสุดด้านอาหาร ฉะนั้นพระ ๑ รูป ๒ รูป ๓ รูป ไม่สามารถรับสังฆทานได้ เป็นบาปและถือว่าหลอกลวง เพราะไม่ใช่สงฆ์ เป็นแค่เพียงบุคคลเท่านั้นต่อเมื่อพระครบ ๔ รูปจึงถือว่าเป็นสงฆ์ เว้นเสียแต่เป็นพระอรหันต์ ๑ องค์ก็สามารถรับสังฆทานได้ เพราะพระอรหันต์ ๑ องค์ถือว่าเป็นสงฆ์ ชาวพุทธทั่วไปยังไม่เข้าใจว่าพระสงฆ์แตกต่างจากสมมุติสงฆ์อย่างไร และทำไมถึงเรียกว่า ๑ รูปบ้าง ๑ องค์บ้าง(ขอให้ดูในรายละเอียดเรื่องไฟนรก ๗ กอง)
๔.จะต้องทำการอปโลกน์สังฆทาน หลังจากที่พระรับสังฆทานแล้วพระรูปที่ ๒ จะต้องทำการอปโลกน์ (คือการประชุมสงฆ์ เพื่อทำการแบ่งปันอาหารที่ได้รับถวายมาตามลำดับจนถึงให้ญาติโยม) แต่ถ้าพระไม่ทำการอปโลกน์อาหารทุกชิ้นถือเป็นของสงฆ์ทั้งสิ้น ญาติโยมจะไปกินไม่ได้เด็ดขาด ถึงเเม้ว่าพระบางรูปจะบอกยกให้ก็กินไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นบุคคลให้ ไม่ใช่สงฆ์ให้แม้แต่พระที่เป็นผู้รับสังฆทานเองกับมือก็จะฉันไม่ได้ ถ้าผู้ใดก็ตามขืนไปกินเข้าเมื่อตายไปจะต้องเกิดเป็นเปรต ๙๒ กัลป์ แม้แต่สุนัข มด แมลง ไปกิน ก็ต้องเป็นเปรตเหมือนกัน ซ฿งถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมากของชาวพุทธที่ไม่รู้ธรรมะ
คำอปโลกน์สังฆทาน
ยัคเฆ ภันเต สังโฆ ชานาตุ อะยัง ปะฐะมะ ภาโค มะหาเถรัสสะ ปาปุณาติ อะวะเสสา ภาคา อัมหากัง ปาปุณาติ
จากหนังสือ ความสำเร็จที่มาจากพระพุทธเจ้า ของ อ.ศิริพงษ์ อัครศรียุกต์
May 7
11:10 PM